Projects

Close

Culture

โครงการพัฒนาศักยภาพทักษะด้านช่าง ฟื้นฟูจิตรกรรมไทย

โครงการพัฒนาศักยภาพทักษะด้านช่าง ฟื้นฟูจิตรกรรมไทย

Thailand

 ประเทศไทยเต็มไปด้วยมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นจิตรกรรมฝาผนัง ประติมากรรม หรือโบราณสถาน ซึ่งล้วนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมที่สะท้อนถึงภูมิปัญญา ความเชื่อ ศาสนา ประวัติศาสตร์ และวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต ผ่านภาพวาด และประติมากรรมที่มีความประณีตของช่างศิลปกรรมไทย เป็นมรดกที่ส่งต่อแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจให้กับคนรุ่นหลัง ทว่ากาลเวลาและปัจจัยแวดล้อม อาทิ ความร้อน ความชื้น และการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้าง ได้ทำให้ประติมากรรมหรือภาพวาดจิตรกรรมเสื่อมสภาพและสูญเสียความงดงามที่เคยมี เพื่อรักษามรดกอันทรงคุณค่านี้ กรมศิลปากร โดยกองโบราณคดี และกลุ่มอนุรักษ์จิตรกรรมและประติมากรรม ได้ริเริ่มโครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการอนุรักษ์ โดยได้รับการสนับสนุนจาก มูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มพูนทักษะ และความชำนาญของช่างอนุรักษ์ พร้อมพัฒนาแนวทางการฟื้นฟูที่ทันสมัยและยั่งยืน เพื่อรักษาไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมของชาติให้ดำรงอยู่คู่สังคมไทยต่อไป

  การจัดการอบรมเชิงปฏิบัติการรอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนัง

  ครั้งที่ 1 (พ.ศ. 2565) ที่วัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร และวัดมหาสมณารามราชวรวิหาร จังหวัดเพชรบุรี โดยเน้นการบูรณาการทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติเป็นเวลา 3 วัน

  ครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2566) การอบรมขยายไปยังพื้นที่ วัดบุญวาทย์วิหาร จังหวัดลำปาง มุ่งเน้นการวิเคราะห์ปัญหาและการเพิ่มทักษะที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนและการจัดทำประมาณการงบประมาณ เพื่อเตรียมความพร้อมในการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังที่ครอบคลุมในทุกขั้นตอน บุคลากรจากสำนักศิลปากรทั่วประเทศได้รับการฝึกฝนจากช่างอนุรักษ์ที่มีความเชี่ยวชาญ รวมถึงการสืบสานวิธีการอนุรักษ์ดั้งเดิมของช่างศิลปกรรมไทย

  ครั้งที่ 3 วันที่ 17 – 20 ธันวาคม 2567 ณ โรงแรมอินภาวา อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ในหัวข้อ “รวมใจรักษ์ ฮักษ์ฮูปแต้ม” เพื่อพัฒนาทักษะช่างฝีมือด้านการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังให้ได้มาตรฐาน และเผยแพร่องค์ความรู้ พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการปัญหาทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมแก่บุคลากรในส่วนกลางและภูมิภาค

เป้าหมายของโครงการนี้ไม่เพียงแต่เพื่อฟื้นฟูงานภาพวาดจิตรกรรม และประติมากรรมในปัจจุบัน แต่ยังมุ่งเน้นการสร้างมาตรฐานการอนุรักษ์ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน พร้อมพัฒนาช่างฝีมือรุ่นใหม่ที่สามารถต่อยอดงานอนุรักษ์ด้วยความเข้าใจลึกซึ้งในศาสตร์และศิลป์ สร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับศิลปวัฒนธรรมของชาติ  เพราะภาพวาดจิตรกรรม และประติมากรรมไม่ใช่เพียงงานศิลป์ แต่คือจิตวิญญาณของชาติ โครงการพัฒนาศักยภาพช่างอนุรักษ์นี้จึงเป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการส่งต่อมรดกไทยให้คนรุ่นหลังได้ภาคภูมิใจ และคงอยู่เป็นมรดกที่ล้ำค่าสืบไป 

โครงการพัฒนาศักยภาพทักษะด้านช่าง ฟื้นฟูจิตรกรรมไทย

Thailand



โครงการพัฒนาศักยภาพทักษะด้านช่าง เพื่อบูรณะจิตรกรรม ประติมากรรมไทย กรมศิลปากร

     ครั้งที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖๕) ที่วัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร และวัดมหาสมณารามราชวรวิหาร จังหวัดเพชรบุรี มีบุคลากรด้านการอนุรักษ์โบราณสถานของกรมศิลปากร ทั้งส่วนกลางส่วนภูมิภาค รวมทั้งบุคคลภายนอกจำนวน ๖๕ คน เข้าร่วมอบรม โดยเน้นการบูรณาการทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติเป็นเวลา ๓ วัน

 ภาพจิตรกรรมฝาผนังถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าของแผ่นดิน นอกจากจะเป็นทั้งตัวบ่งบอกถึงวิทยาการและศิลปะในแต่ละยุค ยังเป็นบทบันทึกประวัติศาสตร์ ความเชื่อทางศาสนา และสะท้อนวิถีชีวิต สภาพสังคมบ้านเมือง ณ ขณะนั้น การอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังจึงถือเป็นภารกิจสำคัญระดับชาติที่มีความซับซ้อนละเอียดอ่อน และต้องการความเข้าใจในศาสตร์หลากหลายแขนง เพื่อจะได้กำหนดแนวทางการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังแต่ละแหล่งได้อย่างเหมาะสม

     เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานด้านอนุรักษ์โบราณสถานสามารถดำเนินโครงการต่างๆ ด้วยความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากที่สุด กลุ่มอนุรักษ์จิตรกรรมและประติมากรรม กองโบราณคดี กรมศิลปากร จึงดำเนินโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังขึ้น เพื่อยกระดับมาตรฐานฝีมือช่างและเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจหลักการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังแก่บุคลากรของกรมศิลปากร ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคให้มีมาตรฐานเดียวกัน โดยมีมูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา เข้ามาสนับสนุนงบประมาณเป็นจำนวนเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท สำหรับจัดกิจกรรมการอบรมเชิงปฏิบัติการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนัง โดยดำเนินการอบรมในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในพื้นที่วัดใหญ่สุวรรณารามวรวิหาร และวัดมหาสมณารามราชวรวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี เป็นระยะเวลา ๓ วัน ครอบคลุมหลักสูตรขั้นเตรียมการอนุรักษ์ ๗ ชั่วโมง และหลักสูตรขั้นปฏิบัติการอนุรักษ์ ๑๒ ชั่วโมง พร้อมมอบประกาศนียบัตรวิชาชีพเฉพาะด้านการอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังแก่ผู้ผ่านการประเมิน รวมทั้งสิ้น ๖๕ คน ให้มีความเข้าใจในกระบวนการอนุรักษ์จิตรกรรมและโบราณสถานอื่นๆ ในทิศทางและมาตรฐานเดียวกัน เพิ่มความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ ป้องกันไม่ให้เกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาดระหว่างการอนุรักษ์จนนำไปสู่ความเสียหายต่อชิ้นงานและโบราณสถาน และผลิตช่างอนุรักษ์จิตรกรรมฝาผนังที่สามารถทำนุบำรุงให้งานศิลป์ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ยังคงสภาพงดงามไว้เป็นมรดกของชาติ และส่งต่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ศึกษาต่อไป