ข่าวประชาสัมพันธ์

Close

ข่าวประชาสัมพันธ์

อนาคตของเด็กหลายคน อาจเริ่มต้นจากการเรียนรู้ของครู

อนาคตของเด็กหลายคน อาจเริ่มต้นจากการเรียนรู้ของครู

 ในห้องเรียน เล็กๆ เสียง หัวเราะของเด็ก ๆ ดังสลับกับคำถามที่ถูกยกมือขึ้นเป็น ระยะ หน้า ชั้นเรียน ครูกำลังอธิบายบทเรียนด้วยรอยยิ้ม ขณะที่บนโต๊ะยังมีสมุดตรวจการบ้าน กองเอกสาร และแผนการสอนของคาบถัดไปรอ อยู่ สำหรับเด็กๆ โรงเรียน ไม่ใช่เพียงสถานที่เรียนหนังสือ แต่คือพื้นที่ที่พวก เขาได้ ตั้งคำถามได้ลองผิดลองถูกและได้เติบโตขึ้น

สำหรับ ครู โรงเรียนคือพื้นที่ที่ต้องทำหน้าที่มากกว่าการสอน หลายครั้ง ครูหนึ่งคนต้องดูแลหลายวิชา หลายระดับชั้น และอีกหลายบทบาทที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน แม้จะมีข้อจำกัดอยู่ไม่น้อย แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน คือความตั้งใจที่จะทำให้เด็กทุกคนได้รับโอกาสในการเรียนรู้อย่างดี ที่สุด

การศึกษาที่ดี ไม่ได้เริ่มจากอาคารเรียน แต่อาจเริ่มจากครูที่ไม่เคยหยุดเรียนรู้

เมื่อพูดถึงการพัฒนาการศึกษา หลายคนอาจนึกถึงอาคารเรียนใหม่ อุปกรณ์ที่ทันสมัย หรือเทคโนโลยีที่ช่วยให้การเรียนรู้ก้าวไปข้างหน้าสิ่งเหล่านี้ล้วนมีความสำคัญ แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้ห้องเรียนมีชีวิต ไม่ใช่สิ่งของ หากเป็นคนที่ยืนอยู่หน้าชั้นเรียนในทุกเช้าครู คือผู้ที่อยู่เคียงข้างเด็กในวันที่เข้าใจบทเรียน และในวันที่ยังไม่เข้าใจ ครูคือคนที่คอยตั้งคำถาม จุดประกาย และทำให้เด็กเชื่อว่าตัวเองเรียนรู้ได้นั่นจึงเป็นเหตุผลที่มูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา และสำนักนวัตกรรมการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เลือกเริ่มต้นการพัฒนาการศึกษา จากการสนับสนุนให้ครูได้เรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับโลกที่เปลี่ยนแปลง

เพราะโลกเปลี่ยนเร็ว ...

ใน วันที่เทคโนโลยีเปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ของผู้คน เด็ก ๆ เติบโตขึ้นมาพร้อมคำถามและเครื่องมือใหม่ ๆ คุณ ครู เองก็ต้องมีโอกาสได้เรียนรู้ เช่นกัน มูลนิธิ ฯ จึงไม่ได้มอง AI เป็นเพียงเทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้ครูออกแบบการเรียนรู้ได้หลากหลายขึ้น สร้างสื่อการสอนที่เข้าใจง่าย และลดเวลาในการเตรียมงานบางส่วน เพื่อให้มีเวลามากขึ้นกับสิ่งที่สำคัญที่สุด นั่นคือการดูแลเด็กแต่ละ คน การ อบรมเชิงปฏิบัติการ " ครูยุคดิจิทัล : การออกแบบการเรียนยุคใหม่ด้วย AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสอน " จึงไม่ได้มุ่ง หมาย แค่ เพียง ให้ครูใช้ AI ในการสอนเด็กๆได้เพียงเท่านั้น แต่ เพื่อให้ครูมั่นใจว่า ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ห้องเรียนของพวกเขาจะยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่มีคุณภาพสำหรับเด็กทุกคน

เมื่อครูเติบโต เด็กก็เติบโต และสังคมก็เติบโตไปพร้อมกัน

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ได้หยุดอยู่ที่ครูผู้สอน

เมื่อครูมีเครื่องมือและแนวทางใหม่ ๆ เด็ก ๆ ก็ได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลายขึ้น กล้าคิด กล้าถาม และมีส่วนร่วมในห้องเรียนมาก ขึ้น ผลลัพธ์ ยังสะท้อนผ่านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของโรงเรียนวัดเขายี่สาร ( ประมุขเวชกิจ ) ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยระดับประเทศในหลาย วิชา แต่ ตัวเลขเหล่านั้นอาจไม่ใช่ผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุด

สิ่งที่มีคุณค่ากว่าคือ การที่เด็กคนหนึ่งเริ่มเชื่อว่าตัวเองก็เรียนรู้ได้ ครูคนหนึ่งค้นพบวิธีสอนที่เหมาะกับเด็กของตัวเอง และโรงเรียนเล็ก ๆ แห่งหนึ่งกลายเป็นต้นแบบที่สามารถส่งต่อแรงบันดาลใจให้กับโรงเรียนอีกหลาย แห่ง เพราะ การลงทุนกับครู ไม่ได้สร้างประโยชน์ให้ครูเพียงคน เดียว แต่ กำลังสร้างโอกาสให้เด็กอีกหลายรุ่น และค่อย ๆ วางรากฐานให้สังคมในระยะยาว

การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ไม่ได้เกิดจากคนเก่งเพียงคนเดียว

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้โครงการนี้เดินหน้ามาได้ ไม่ใช่เพียงงบประมาณหรือ เทคโนโลยี แต่ คือผู้คนที่เลือกแบ่งปันความรู้ ประสบการณ์ และเวลาของตัวเอง เพื่อให้ครูอีกคนหนึ่งมีโอกาส เติบโต และ เมื่อครูเติบโต เด็กก็ได้รับโอกาสเติบโตตามไปด้วย เพราะ การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน ไม่ได้เกิดจากการที่ใครคนหนึ่งทำทุกอย่าง แต่เกิดจากการที่ผู้คนจำนวนมาก เลือกใช้สิ่งที่ตนเองมี ไม่ว่าจะเป็นความรู้ เวลา หรือประสบการณ์ เพื่อส่งต่อโอกาสให้กับคนที่อาจไม่เคยรู้จัก กันและ วันหนึ่ง โอกาสเล็ก ๆ ที่เริ่มต้นจากครูหนึ่งคน อาจกลายเป็นอนาคตที่ดีกว่าสำหรับเด็กอีกหลายร้อยคน รวมถึงสังคมที่เราทุกคนอยากเห็น ร่วมกัน