โครงการ

Close

ชุมชนและสิ่งแวดล้อม

โครงการวางซั้งและธนาคารปูม้า

โครงการวางซั้งและธนาคารปูม้า

บ้านปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์


โครงการอนุรักษ์และประมงพื้นบ้าน ปี 2563
มูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา ร่วมมือกับกลุ่มเกษตรกรทําประมงปากนํ้าปราณ ตําบลปากนํ้าปราณ อําเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เป้าหมายโครงการ
“ขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ ประมงพื้นบ้านพร้อมผลักดันเกษตรกรผู้ทำประมงไปสู่ผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน ” เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล และชายฝั่ง ควบคู่กับการยกระดับเศรษฐกิจที่ดีของชุมชน ซึ่งจะนำไปสู่การอนุรักษ์ที่ต่อเนื่องส่งผลต่อความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล ทำให้วิถีชีวิตของชุมชนประมงชายฝั่งเกิดความยั่งยืน และมีทรัพยากรที่เพียงพอต่อคนรุ่นต่อไป


ความสําคัญของโครงการ
อาชีพการทําประมงชายฝั่งเป็นอาชีพที่สร้างรายได้พัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชน ให้ดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกันหากการทําประมงแบบไม่ถูกต้อง ก็เป็นการทําลายทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลด้วยเช่นกันกิจกรรมการอนุรักษ์และประมงพื้นบ้าน จึงเป็นการสร้างความร่วมมือของชุมชนเพื่อให้เกิดความยั่งยืนด้วยการทำประมงในรูปแบบถูกกฎหมาย และให้ความสําคัญกับกิจกรรมฟื้นฟูอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลชายฝั่ง พร้อมกับพัฒนาสู่ผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน ผลิตอาหารปลอดภัย และดํารงรักษาทรัพยากรธรรมชาติเพื่อส่งต่อมรดกทางทรัพยากรให้กับคนรุ่นหลัง


โครงการวางซั้งและธนาคารปูม้า

บ้านปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์


การดําเนินโครงการ

1. ดําเนินกิจกรรมโครงการ “Goal Together” โดยนําอาสาสมัครร่วมกับชุมชน ลงแรงและเรียนรู้งานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งและประมงพื้นบ้าน โดยทํากิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อนิเวศธรรมชาติทางทะเลประกอบด้วยวางบ้านปลา หรือ ซั้งปลา เรียนรู้ธนาคารปูม้า ระดมความคิดเพื่อทําข้อมูลสําหรับพัฒนาชุมชน เพื่อให้ชุมชนได้ประโยชน์ต่องานการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างสูงสุด อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนกลุ่มคนในพื้นที่เพื่อเป็นกำลังใจและสร้างแรงผลักดันในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่เคยเสื่อมโทรมให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิมและเพื่อจุดพลังใจให้กับกลุ่มเกษตกรประมงปากน้ำปราณร่วมแรงร่วมใจกันอนุรักษ์ทรัพยากรรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ตนเองอย่างยั่งยืน

ผลจากการดําเนินงาน “ โครงการ Goal Together” ปีที่ 1 มีอาสาสมัคร เข้าร่วมกิจกรรมโครงการ 150 คน ร่วมกันทําซั้ง จํานวน 100 ซั้ง และนําออกไปทิ้งในบริเวณที่เป็นเขตพื้นที่อนุรักษ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ในการหวงห้ามไม่สามารถจับหรือใช้เครื่องมือในพื้นที่อนุรักษ์ได้ และมากไปกว่านั้นอาสาสมัครยังได้เรียนรู้วิถีของชาวบ้าน และร่วมออกแบบแนวทางและเสนอความต้องการของกลุ่มต่อการดําเนินงานของกลุ่มอนุรักษ์ และการจัดทําข้อมูลพัฒนาชุมชน (Master Plan ชุมชน ) เพื่อเป็นแนวทางการพัฒนาศักยภาพของชุมชนด้านการจัดการทรัพยากรด้านมาตรฐานของสินค้า และการเพิ่มมูลค่าทางการตลาด เพื่อให้ชุมชนเลือกนําข้อมูลพัฒนาไปปรับใช่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

2. โครงการให้ความรู้ และรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (SALANA PGS) (PGS : Participatory Guarantee System) ได้ให้ความรู้กลุ่มเกษตรกรทําประมงปากนํ้าปราณ ดําเนินการออกใบรับรองกระบวนการผลิตเพื่อรับรองว่ากลุ่มได้มีการทําประมงที่ให้ความสําคัญต่อระบบนิเวศธรรมชาติทางทะเล และสร้างความปลอดภัยทางอาหาร

3. สนับสนุนทุนเพื่อการพัฒนาชุมชน (Sponsorship) เพื่อให้ชุมชนขับเคลื่อนงานกิจกรรมด้านการอนุรักษ์และประมงพื้นบ้านได้อย่างต่อเนื่อง และนําไปสู่เป้าหมายความยั่งยืน โดยปัจจุบันชุมชนอยู่ระหว่างการจัดทําแผนเพื่อขอรับการสนับสนุน โครงการปี 2564 จากมูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา เพื่อยกระดับเกษตรกรประมงพื้นบ้านสู่ผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน



ผลสะท้อนจากอาสาสมัคร
"โครงการ Goal Together"


“ครั้งแรกกับงานอาสาสร้างคุณค่าและประทับใจ”โดยส่วนตัวหนูเป็นคนชอบทํากิจกรรมอาสา ชอบออกไปค่าย ชอบในการทํางานชุมชน แต่การมาค่ายครั้ง นี้หนูได้เห็นอะไรใหม่ๆ ได้ประสบการณ์ ได้เพื่อนได้เปิดโลกทัศน์จากค่ายเดิมๆ ที่เคยไป ได้รับโอกาสจากการตอบคําถามเพื่อมางานอาสา คือ “แปลกแต่ดี รู้สึกมีคุณค่า” เป็นอะไรที่ท้าทายและต้องหาคําตอบ ได้ลองทําอะไรที่ไม่เคยทํานั่งเรือ เรียนรู้ได้ใช้สมองกับงานที่ไม่เคยเจอกับงานอาสา คือ การใช้สมอง กับ Master Plan คือดี อย่างน้อยความคิดของหนูก็อาจจะมีส่วนในการร่วมผลักดันหรือเป็นประโยชน์บ้าง ประทับใจ อยากไปอีกทุกๆ ค่ายค่ะ

ดวงนภา จุคํา (มิลค์)
นักศึกษาชั้นปีที่ 4



“โอกาสสร้างคุณค่าต้องไขว้คว้าและลงมือทํา” หนูดีใจมากที่ได้รับคัดเลือกให้มาค่ายอาสา เคยได้ยินแต่เพื่อนบอกว่ามาค่ายอาสากับมูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา ได้ทํากิจกรรมที่มากกว่ากิจกรรม หนูพึ่งเข้าใจวันนี้ว่าทําไมเพื่อนพูดแบบนั้น หนูเป็นคนชอบกิจกรรมอาสาชอบออกค่าย แล้วหนูมาค้นพบว่า คําว่าศักยภาพมันมีอยู่ในตัวตนหนูตอนที่ได้ทํา Master Plan อย่างน้อยก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในนการร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมออกแบบเพื่อชุมชนจริงๆ ซึ่งมันหาไม่ได้ที่ไหนจากการไปงานอาสา ขอบคุณมูลนิธิฯที่ให้โอกาสหนู

ณิชาภัทร เพียรกาล (มีน)
บัณฑิตสาวป้ายแดง สถาปัตยกรรมศาสตร์



“งานอาสาให้อะไรมากกว่า ที่คุณคิด” ไม่เคยคิดหรืออยู่ในหัวมาก่อนว่า มางาน อาสาต้องมาใช้สมอง ใช้ความคิด คิดว่าต้องมาออกแรงอย่างเดียว แต่มาค่ายอาสากับที่นี่นอกเหนือจากความสนุกสนานกับกิจกรรมพูดได้เลยว่าคือความ ใส่ใจในรายละเอียดของมลูนิธิฯ ไม่ใช้แค่มาจัดกิจกรรมเพื่อการประชาสัมพันธุ์ หรือ PR แต่มันคือการสร้างคุณค่าให้กับชุมชน สังคม ขอบคุณในความมุ่งมั่น และการทํางานที่ทําเพื่อชุมชน และสังคมอย่างจริงใจ ซึ่งไม่ใช่ที่ไหนๆก็ทํากัน

วธิดา มานะพงศ์พันธ์