โครงการ

Close

เกษตรวิถีธรรมชาติ

ให้ความรู้และรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (SALANA PGS)

ให้ความรู้และรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (SALANA PGS)

จังหวัดนครปฐม และเกษตรกรเคลือข่าย


โครงการให้ความรู้และรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (SALANA PGS)(PGS : Participatory Guarantee System)

มูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา ส่งเสริมความรู้ให้การรับรองมาตรฐาน   SALANA PGS   กับกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืช และปศุสัตว์ในระบบเกษตรอินทรีย์ทั่วประเทศ

เป้าหมายโครงการ

เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับเกษตรกรเกี่ยวกับการทําเกษตรอินทรีย์ ให้เกิดการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเพาะปลูกจากระบบเคมีเป็นระบบเกษตรอินทรีย์ที่เป็นไปตามข้อกําหนดมาตรฐาน  SALANA PGS  พร้อมผลักดันเข้าสู่ระบบตลาดขายสินค้าเกษตรอินทรีย์ และพัฒนาไปสู่การรับรองมาตรฐานสากลในอนาคต

ทะเบียนเกษตรกรที่รับรอง


การดําเนินงานโครงการ
ได้ดําเนินกิจกรรมให้ความรู้ลงพื้นที่ตรวจแปลงเกษตรกรและให้การสนับสนุน เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในรูปแบบการตรวจเพื่อรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์  SALANA PGS (มาตรฐานการรับรองแบบมีส่วนร่วม) จํานวนทั้งสิ้น 38 ราย ดังนี้
1. กลุ่มที่ได้รับการรับรองมาตรฐานโดยไม่มีเงื่อนไข จํานวน 25 ราย คือ กลุ่มที่เป็นไปตามข้อกําหนด
2. กลุ่มที่ได้รับรองมาตรฐานแบบมีเงื่อนไข จํานวน 7 ราย คือกลุ่มที่ต้องแก้ไขให้เป็นไปตามข้อกําหนด
3. กลุ่มที่ไม่ได้รับการรับรองมาตรฐาน จํานวน 5 ราย คือ กลุ่มที่ไม่ผ่านมาตรฐานการรับรองซึ่งไม่เป็นไปตามข้อกําหนด


ข้อเสนอแนะสําหรับเกษตรกรที่รับรองแบบไม่มีเงื่อนไข

1.) มีระบบ ICS : Internal Control System for group certification เพื่อการตรวจระบบการผลิตของสมาชิกกลุ่ม มีระบบการตรวจที่เป็นระบบและได้มาตรฐานสามารถพัฒนาต่อยอดรวมถึงการส่งเสริมพัฒนาระบบที่สูงขึ้นในอนาคตได้

2.) ผลผลิตได้รับผลกระทบจากการระบาดของเพลี้ยกระโดดแต่เกษตรกรมีวิธีการในการจัดการโดยวิธีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไม่ใช้สารเคมีในการกําจัดและมีกระบวนการในการหารือระหว่างกันในกลุ่มสามารถแก่ไขปัญหาร่วมกันได้

3.) มีการเก็บเมล็ดพันธุ์ และการอนุรักษ์พันธุ์ข้าวอินทรีย์เพื่อใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ในฤดูกาลต่อไป

4.) มีการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีเกี่ยวกับข้าว (ก่อเจดีย์ข้าวเปลือก) โดยทําพิธีที่สําคัญเกี่ยวกับข้าวซึ่งแสดงให้เห็นถึงการใส่ใจในรายละเอียดของการปลูกข้าวโดยอาศัยวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมเป็นฐานในการสร้างกระบวนการทางสังคมของคนในชุมชนเพื่อให้ปฏิบัติสืบสานต่อกันมาในปัจจุบัน

ข้อเสนอแนะสําหรับเกษตรกรที่รับรองแบบมีเงื่อนไข
1.) อาหารสัตว์ที่ใช้มีส่วนผสมของวัสดุอินทรีย์ตํ่ากว่าร้อยละ 60 หมายถึง วัสดุที่เกษตรกรนํามาใช้ในการทําอาหารสัตว์ มีส่วนผสมของวัสดุอินทรีย์น้อยกว่าร้อยละ 60 ของการทําอาหารสัตว์ในแต่ละครั้ง ทั้งนี้ข้อเสนอแนะในการดําเนินงานหรือการปรับเพื่อให้ได้รับการรับรอง คือ เกษตรกรต้องคํานวณและจัดสัดส่วนของส่วนผสมให้ได้ตามข้อกําหนดของเงื่อนไขต่างๆ โดยภาพรวมแล้วให้ได้มากกว่าร้อยละ 60 ของสัดส่วนการทําอาหารสัตว์ในแต่ละครั้ง

2.) ต้องซ่อมแซมแนวกันชนบางจุด หมายถึง ในการลงตรวจแปลงของเจ้าหน้าที่พบว่าแนวกันชนบางจุดในแปลงของเกษตรกร ยังต้องมีการปรับปรุงและปลูกเพิ่ม

3.) พบภาชนะบรรจุสารเคมีในแปลงเกษตรกร หมายถึง ในการลงตรวจรับรองแปลงเกษตรกรพบว่า ในบางแปลงยังพบเจอภาชนะที่บ่งชี้การใช้สารเคมีซึ่งเกษตรกรอาจจะเคยใช้ในแปลงแต่การเก็บรักษาหรือการทําลายยังคงหลงเหลือให้เห็นในแปลง ดังนั้นเพื่อการตรวจรับรองให้ผ่านและได้รับการยอมรับเกษตรกรต้องมีการปรับเปลี่ยนหรือทําความสะอาดแปลงให้ได้ตามมาตรฐานหรือเงื่อนไขเพื่อให้ได้รับการยอมรับ

4.) การบันทึกกิจกรรมในฟาร์มไม่ครบถ้วน หมายถึง เกษตรกรในบางแปลงยังมีการจดบันทึกรายละเอียดไม่ครบถ้วนตามเงื่อนไข หรือ ข้อกําหนดของมาตรฐาน ดังนั้น เพื่อให้ได้การยอมรับและได้การรับรองเกษตรกรต้องมีการจดบันทึกรายละเอียดให้ครบ และต้องมีเอกสารในการยืนยันการจดอย่างเป็นระบบสามารถเรียกตรวจหรือดูเอกสารได้ทุกครั้งเมื่อคณะกรรมการลงตรวจ

5.) ไม่มีการจัดการแหล่งน้ำที่ใช้ในการเพาะปลูก หมายถึง เกษตรกรในบางแปลงแหล่งน้ำมีความเสี่ยงในเรื่องของสารเคมีปนเปื้อนเพราะบางแปลงใช้แหล่งน้ำธรรมชาติที่มีการไหลจากพื้นที่แปลงของเกษตรกรข้างเคียงที่มีการใช้สารเคมี ดังนั้น เกษตรกร ต้องมีการป้องกันและหาวิธีการในการใช้น้ำในการผลิตอย่างเป็นระบบเพื่อลดการไหลของสารเคมีเข้ามาในแปลงของเกษตรกร

ข้อเสนอแนะสําหรับเกษตรกรที่ไม่รับรอง

1.) อาหารสัตว์มีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะ หมายถึง ในแปลงของเกษตรกรหรือระบบฟาร์มปศุสัตว์มีการใช้ยาปฏิชีวนะ โดยใช้เป็นส่วนผสมในอาหารหรือการรักษาสัตว์ พืช หรือเป็นส่วนผสมในกิจกรรมต่างๆในฟาร์มจึงทําให้ไม่สามารถได้รับการรับรอง

2.) อาหารแปรรูปมีส่วนผสมของสารสังเคราะห์ หมายถึง พบส่วนผสมของสาร สังเคราะห์ในอาหารแปรรูปของเกษตรกร ซึ่งไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ทั้งนี้ ในบางรายไม่ทราบว่าส่วนผสมบางชนิดใช้ได้และไม่ได้ ดังนั้น เพื่อให้การตรวจรับรองในครั้งต่อไปเกษตรกรต้องมีการศึกษารายละเอียดหรือข้อกําหนดของมาตรฐานให้ชัดเจน

3.) มีการผลิตคู่ขนาน หมายถึง เกษตรกรมีการปลูกพืชคู่ขนานกล่าวคือ มีการปลูกพืชชนิดเดียวกันในแปลงขนานกัน ทั้งนี้เนื่องจากข้อกําหนดของมาตรฐานได้อธิบายเรื่องพืชคู่ขนานว่าเป็นข้อกําหนดในเรื่องการรับรองเกษตรกรต้องไม่มีการปลูกพืชคู่ขนานในแปลง ดังนั้น การรับรองมาตรฐานเกษตรกรต้องมีการปรับเปลี่ยนการปลูกพืช และศึกษารายละเอียดมาตรฐานเพื่อขอการตรวจรับรองในครั้งต่อไป

4.) ไม่มีแนวกันชนป้องกันการปนเปื้อนของสารเคมี หมายถึง เกษตรกรในบางแปลงไม่มีการทําแนวกันชนเพื่อป้องกันการปนเปื้อนของสารเคมีในขณะที่ในแปลงข้างเคียงมีความเสี่ยงเรื่องของการใช้สารเคมีในแปลงฟาร์ม ดังนั้น เพื่อให้สามารถได้รับการยอมรับเกษตรกรต้องมีการเพิ่มเรื่องของแนวกันชนเพื่อการป้องกันสารเคมีในแปลงโดยเฉพาะแปลงที่มีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนโดยตรง

5.) มีการใช้สารเคมีในแปลงเกษตร หมายถึง เกษตรกรมีการใช้สารเคมีในแปลง เช่น ขวดบรรจุสารเคมีที่มีฉลากชัดเจนรวมถึงเกษตรกรที่นํามาใช้ไม่สามารถอธิบายแหล่งที่มาของสารเคมีได้ว่า นํามาใช้ในส่วนไหนของแปลง ดังนั้น เกษตรกรจึงไม่ได้รับการรับรองเพราะข้อกําหนดของมาตรฐานมีการอธิบายชัดเจนเรื่องของข้อห้ามเรื่องของการใช้สารเคมีในแปลงปลูก

ความคาดหวังในการดําเนินโครงการ

1.) เกษตรกรเกิดความรู้ความเข้าใจในเกษตรอินทรีย์ตามข้อกําหนด SALANA PGS สามารถพัฒนาตัวเองสู่การเป็นผู้ตรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ และสามารถให้ข้อเสนอแนะ แก่เกษตรกรรายใหม่ที่เข้าร่วมโครงการได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

2.) เกษตรกรเกิดการเปลี่ยนแปลงแนวคิดและนําไปสู่การเปลี่ยนแปลงพื้นที่ทําเกษตรกรรมในระบบเกษตรอินทรีย์ มีการจัดระบบการจัดการในแปลงการวางแผนการผลิตการจดบันทึกโดยให้ความสําคัญในเรื่องตรวจสอบย้อนกลับและการได้ผลผลิตที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค


3.) เกษตรกรมีรายได้จากการขายสินค้าเกษตรเพิ่มขึ้นจากการมีช่องทางการตลาดที่หลากหลาย และเหมาะสมรวมถึงได้พัฒนารูปแบบของสินค้า เช่น การแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าได้มากยิ่งขึ้น

4.) มีช่องทางการตลาดเพิ่มขึ้นทําให้เกษตรกรเกิดช่องทางการตลาดจากการได้รับ มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และเป็นการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้กับเกษตรกรสามารถมีทางเลือกและกําหนดราคาสินค้าผลผลิตทางเกษตรได้


5.) เกิดการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ การเรียนรู้ และพัฒนาทักษะสามารถผลิตสินค้าใหม่ๆ ในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเกษตรอินทรีย์โดยการเรียนรู้แลกเปลี่ยนกับผู้ค่าในตลาดบ้านรังนก หรือ การเรียนรู้ร่วมกันของผู้ค้าร่วมกับการพัฒนาอาชีพของตลาด ที่มีการจัดให้ความรู้กับผู้ค้าในตลาดต่อเนื่องทําให้ผู้ค้ามีทางเลือกในการผลิต และพัฒนาสินค่าอยู่สม่ำเสมอ

6.) เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่ผู้อื่นได้สามารถนำเอาความรู้ หรือ องค์ความรู้ที่เกิดจากการเรียนรู้แลกเปลี่ยนระหว่างกันไปถ่ายทอดให้กับเกษตรกรผู้ที่สนใจได้ และสามารถพัฒนาทักษะในการเป็นวิทยากรอบรมให้ความรู้ได้ในอนาคต

7.) เกิดความสัมพันธ์เชิงสังคมที่ดีเกิดการเรียนรู้แลกเปลี่ยนระหว่างกันทําให้เกิดความสัมพันธ์ทางสังคมที่ดีของกลุ่มเกษตรกร ในการพึ่งพาอาศัยกันจนเกิดเป็นกิจกรรมทางสังคมที่ดีร่วมกัน

8.) เกิดความเกื้อกูลต่อกัน ทําให้เกษตรกรมีการพึ่งพาอาศัยกันและเกื้อกูลกัน การช่วยเหลือกันด่านความรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ตลอดจนการแก้ไขปัญหาร่วมกันในการผลิตช่องทางการตลาด การสร้างเครือข่ายความร่วมมือในกิจกรรมการเพาะปลูกสามารถพัฒนาตนเองและเครือข่ายไปสู่ความยั่งยืนได้

ให้ความรู้และรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (SALANA PGS)

จังหวัดนครปฐม และเกษตรกรเคลือข่าย

{progress_list} {/progress_list}