ข่าวประชาสัมพันธ์

Close

ข่าวประชาสัมพันธ์

ปลูกความรู้เกษตรอินทรีย์ สู่ 3 ความยั่งยืน

ปลูกความรู้เกษตรอินทรีย์ สู่ 3 ความยั่งยืน

มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์

 อาหารทุกจานที่เรารับประทาน มีจุดเริ่มต้นจากผืนดิน น้ำ และแรงกายของเกษตรกร

แต่ในวันที่ภาคการเกษตรกำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงรอบด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม การทำเกษตรเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เกษตรกรจำเป็นต้องมีองค์ความรู้ ทักษะการบริหารจัดการ และความสามารถในการวางแผนธุรกิจ เพื่อให้สามารถปรับตัวและเติบโตได้อย่างมั่นคง

ด้วยความเชื่อนี้ มูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา จึงร่วมกับสาขาวิชาการพัฒนาสังคม คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ พัฒนา “โมเดลการเรียนรู้” เพื่อสร้างนักพัฒนาและผู้ประกอบการเกษตรอินทรีย์เพื่อสังคม โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ในห้องเรียนเข้ากับการเรียนรู้จากสถานการณ์จริงในชุมชน หัวใจสำคัญของโครงการ คือการสร้างพื้นที่ที่นักศึกษา เกษตรกร และชุมชน ได้เรียนรู้ร่วมกัน ผ่านกระบวนการ Social Lab หรือห้องปฏิบัติการทางสังคม ที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือทำจริง เข้าใจปัญหาจริง และร่วมกันค้นหาแนวทางพัฒนาที่เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ภายใต้โครงการนี้ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาการพัฒนาสังคม ได้เรียนรู้ผ่าน 2 รายวิชาหลัก ได้แก่ “การพัฒนาเกษตรกรสู่ผู้ประกอบการทางสังคม” และ “เกษตรฟาร์มเชิงพาณิชย์สำหรับนักพัฒนา” ซึ่งออกแบบให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของภาคการเกษตรในปัจจุบัน พร้อมเสริมทักษะด้านการคิดเชิงผู้ประกอบการ การบริหารจัดการ และการวิเคราะห์ศักยภาพของเกษตรกร 

ขณะเดียวกัน เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการในจังหวัดบุรีรัมย์ ก็ได้รับการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ผ่านการอบรมด้านเกษตรอินทรีย์และทักษะผู้ประกอบการ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้ประกอบการทางสังคมที่สามารถวางแผนการผลิต การตลาด และการบริหารจัดการได้ด้วยตนเอง

เมื่อผ่านกระบวนการเรียนรู้และได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ Organic Thailand เกษตรกรจะได้รับการสนับสนุนในการพัฒนาพื้นที่เกษตรให้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้หรือ Social Lab ของชุมชน เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้และสร้างโอกาสการเรียนรู้ให้กับผู้คนในพื้นที่ต่อไป เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทีมงานมูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา ได้ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อติดตามผลการดำเนินงาน รับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรและภาคีเครือข่าย พร้อมแลกเปลี่ยนบทเรียนที่เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกัน สิ่งที่สะท้อนกลับมาอย่างชัดเจน คือการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้มากกว่าความรู้ในตำรา เพราะไม่เพียงช่วยพัฒนาศักยภาพของนักศึกษา แต่ยังช่วยเสริมความเข้มแข็งให้เกษตรกร ชุมชน และเครือข่ายในพื้นที่เติบโตไปพร้อมกัน

ท้ายที่สุดแล้ว โครงการนี้ไม่ได้เป็นเพียงการพัฒนาหลักสูตรการศึกษา หรือการสนับสนุนเกษตรกรเท่านั้น แต่เป็นการร่วมสร้างอนาคตที่เชื่อมโยงคุณภาพอาหาร สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และความเข้มแข็งของชุมชนเข้าด้วยกัน

เพราะอาหารที่ดีไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ และชุมชนที่เข้มแข็งก็ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงลำพัง แต่เกิดจากผู้คนที่ได้เรียนรู้ ลงมือทำ และเติบโตไปด้วยกัน

และเราเชื่อว่า อนาคตของอาหารที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน และชุมชนที่เข้มแข็ง ล้วนเริ่มต้นจากการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าหากัน