โครงการ

Close

เกษตรวิถีธรรมชาติ

โครงการสนับสนุนผู้ปลูกข้าวสู่ผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน

โครงการสนับสนุนผู้ปลูกข้าวสู่ผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มข้าวทิพย์ช้างอําเภอห้างฉัตร จังหวัดลําปาง


มูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา ร่วมมือกับวิสาหกิจกลุ่มข้าวทิพย์ช้างอําเภอห้างฉัตร จังหวัดลําปาง

เป้าหมายโครงการ
ขับเคลื่อนงานการยกระดับการทําเกษตรกรรมในแบบวิถีธรรมชาติ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการพัฒนากลุ่มให้เกิดความเข็มแข็งและยั่งยืน การดําเนินงานโครงการมีเป้าหมายเพื่อการพัฒนาศักยภาพกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสู่การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน มูลนิธิฯ ให้ความสําคัญกับการพัฒนากลุ่มเกษตรกรที่มีศักยภาพสู่การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน เริ่มต้นด้วยการยกระดับคุณภาพของกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้มีความรู้ด้านการผลิตมีผลผลิตที่มีมาตรฐานมีการแปรรูปเพื่อเพิ่มความสามารถด้านการแข็งขันได้ในตลาดในยุคปัจจุบัน ที่จะนําไปสู่การพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว

หลักเกณฑ์สนับสนุน 1. ต้องเป็นความ “ต้องการ” ของชุมชนโดยเกิดจากความต้องการอยากทําอยากพัฒนาของชุมชน
2. ชุมชนต้องมองเห็น “โอกาส” ที่สอดคล้องกับเป้าหมายการสนับสนุนและสามารถต่อยอดการสนับสนุนได้
3. ชุมชนต้องมี “ศักยภาพ” ในการบริหารจัดการทุนโครงการ อาทิ การบริหารงบประมาณการบริหารบุคลากร และการขับเคลื่อนโครงการไปสู่เป้าหมาย
4. ต้องมี “การติดตามและประเมินผล” การดําเนินงานเพื่อออกแบบการมีส่วนร่วมในการพัฒนาและการสนับสนุนในระยะต่อไป
5. ต้องสนับสนุนโครงการที่นําชุมชนไปสู่ความ “ยั่งยืน” (ชุมชนพึ่งพาตนเองได้)

 

ความสําคัญของโครงการ

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มข้าวทิพย์ช้างอําเภอห้างฉัตร จังหวัดลําปาง เป็นกลุ่มที่มีเจตนารมณ์ และความมุ่งมั่นในการทําเกษตรอินทรีย์อย่างจริงจัง โดยปัจจุบันได้ทําเกษตรอินทรีย์มามากกว่า 5 ปี และสามารถพัฒนาศักยภาพให้มีระบบการตรวจสอบภายในที่มีความเข้มแข็ง และก้าวเข้าสู่การได้รับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ภายในประเทศ (Organic Thailand)   พร้อมกันนี้ยังมีความสนใจในการพัฒนาสู่การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน เพื่อให้เกิดการพึ่งพาตัวเองได้ในเรื่องเศรษฐกิจอันจะนําไปสู่การรักษาขยายพื้นที่เพาะปลูกเกษตรอินทรีย์ให้ได้อย่างยั่งยืน


โครงการสนับสนุนผู้ปลูกข้าวสู่ผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มข้าวทิพย์ช้างอําเภอห้างฉัตร จังหวัดลําปาง


การดําเนินงานโครงการ1.)โครงการสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวสู่ผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน
     1.1) สนับสนุนให้เกิดมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล (IFOAM) เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิตข้าวอินทรีย์เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า และเพิ่มโอกาสทางการตลาดโดยได้พัฒนาศักยภาพกลุ่มเพื่อเตรียมความพร้อมในการขอรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล (IFOAM) จํานวน 53 ราย พื้นที่ 346.10 ไร่ พื้นที่ 9 ตําบล 3 อําเภอ
        1.1.1) ตําบลเวียงตาล อําเภอห้างฉัตร จังหวัดลําปาง
        1.1.2) ตําบลห้างฉัตร อําเภอห้างฉัตร จังหวัดลําปาง
        1.1.3) ตําบลปงยางคก อําเภอห้างฉัตร จังหวัดลําปาง
        1.1.4) ตําบลวอแก้ว อําเภอห้างฉัตร จังหวัดลําปาง
        1.1.5) ตําบลแม่สัน อําเภอห้างฉัตร จังหวัดลําปาง
        1.1.6) ตําบลปงแสนทอง อําเภอเมืองลําปาง จังหวัดลําปาง
        1.1.7) ตําบลชมพู อําเภอเมืองลําปาง จังหวัดลําปาง
        1.1.8) ตําบลเมืองปาน อําเภอเมืองปาน จังหวัดลําปาง
        1.1.9) ตําบลแจ้ซ่อน อําเภอเมืองปาน จังหวัดลําปาง

     1.2) สนับสนุนการปรับปรุงพัฒนาศักยภาพโรงสีข้าวเปลือกอินทรีย์ระดับชุมชนเพื่อเพิ่มศักยภาพการแปรรูป จํานวน   50,900 บาท ประกอบด้วย
        1.2.1) สายพานกะเทาะตักข้าวขนาด 24X35 ฟุต
        1.2.2) ตะแกรงร่อนข้าว 2X3 ฟุต
        1.2.3) ลูกยางขัดข้าว
        1.2.4) หม้อแปลงไฟฟ้า ขนาด 25 แอมป์
        1.2.5) สายไฟฟ้าสีดํา
        1.2.6) เสาไฟฟ้า
        1.2.7) ค่าแรงติดตั้ง

     1.3) สนับสนุนการแปรรูปผลิตภัณฑ์ผงผิวข้าวสีเข้มเพื่อเพิ่มมูลค่าผลพลอยได้จากการแปรรูปรําข้าวอินทรีย์ จํานวน 131,656 บาท ประกอบด้วย
        1.3.1) เครื่องอบลมร้อนขนาดกลาง 32 ชั้น (Food Dryer)
        1.3.2) เครื่องร่อนรําพร้อมตะแกรง 80 แมส
        1.3.3) เครื่องซีลสุญญากาศ VM300T/A
        1.3.4) บล็อคสแตนเลสสําหรับเพ็คสุญญากาศ
        1.3.5) เครื่องวัดความชื้น KETT รุ่น PM-450 (4502)

        1.3.6) เครื่องกวนสารยี่ห้อยาซูม่าขนาดปากกว้าง 24 นิ้ว
        1.3.7) หม้อสแตนเลส  
        1.3.8) แผ่นซิลิโคน  
        1.3.9) ผ้าขาวบาง  
        1.3.10) ค่าตรวจวัดความชื้นในผงผิวข้าวสีเข้ม
        1.3.11) ค่าวิเคราะห์สารแอนโทไซยานิน

     1.4) สนับสนุนการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจเกษตรอินทรีย์ โดยผลักดันให้เกิดการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่าง บริษัท ศาลานา ออแกนนิควิลเลจ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จํากัด และวิสาหกิจชุมชนกลุ่มข้าวทิพย์ช้างอําเภอห้างฉัตร เพื่อตกลงซื้อขายข้าวเปลือกอินทรีย์ และผงผิวข้าวอินทรีย์สีเข้มในรูปแบบสัญญาซื้อขายล่วงหน้า และราคาที่เป็นธรรม (Fair Trade)

โดยในปี 2562-2563 วิสาหกิจชุมชนกลุ่มข้าวทิพย์ช้างอําเภอห้างฉัตรได้ทําสัญญาซื้อขายล่วงหน้ากับ บริษัท ศาลานา ออแกนนิควิลเลจ (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จํากัด ในการซื้อขายข้าวเปลือกอินทรีย์หอมมะลิ 105 หอมมะลิแดง และมะลินิลสุรินทร์ เป็นจํานวนรวม 65 ตัน และซื้อขายผงผิวข้าวอินทรีย์สีเข้ม เป็นจํานวนรวม 100 กิโลกรัม


แบ่งปันประสบการณ์

ขายข้าวเป็นกรัม...เราทําได้

นันทวัธต์ ไชยมงคล

ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มข้าวทิพย์ช้าง อําเภอห้างฉัตร จังหวัดลําปาง


1.) ทําไมอาจารย์ถึงสนใจการปลูกข้าวอินทรีย์ อาจารย์มีแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องข้าวอินทรีย์ยังไง
อาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่ศักดิ์สิทธิ์ การทํานาเป็นเสมือนบรรพบุรุษของเราดังนั้นไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ทําต่อ ผมเกษียณอายุราชการมาตั้งใจจะทําเรื่องข้าวให้ชาวบ้านดูว่าการทํานาอินทรีย์ ไม่ใช้สารเคมีสามารถสร้างรายได้และยั่งยืนได้เหมือนกัน โดยเฉพาะเมื่อผมได้มาเจอพันธมิตรที่มีแนวคิด เหมือนกัน คือ สมาชิกในกลุ่มข้าวทิพย์ช้างในปัจจุบัน เรามีความคิดที่อยากจะทํานาอินทรีย์ในพื้นที่ลําปาง ให้เป็นที่รู้จักเพราะคนในปัจจุบัน เจอกับปัญหาสุขภาพโรคภัยที่เบียดเบียนเราจึงเกิดแนวคิดที่อยากจะหันกลับมาทําอินทรีย์ไม่ใช่เพื่อใคร แต่เพื่อคนใกล้ตัวและเพื่อสุขภาพตัวเอง สร้างความสุขจากการได้กินข้าวที่ปลอดภัยไร้สารเคมี

2.) ขายข้าวเป็นกรัม เราทําได้ที่อาจารย์บอก หมายความว่าอย่างไร
ตรงนี้เกิดจากการที่เราได้เจอพันธมิตรที่ดี นําความรู้ที่เขามีมาเสริมให้กลุ่มจนเกิดความคิดหรือปิ๊งไอเดียในการทําเรียนรู้ ทดลอง แล้วทําได้เกิดการสนับสนุนเห็นช่องทาง แล้วมันก็กลายมาเป็นผลิตผลที่เรากําลังทําและพัฒนา คือ ผงผิวข้าว   “ แอนโทไซยานิน ”   ที่นอกเหนือจากการที่เราขายข้าว แล้วเราก็สามารถผลิตผงผิวข้าวขายได้ซึ่ง เป็นการเพิ่มมูลค่า เพิ่มและรายได้ให้กับกลุ่มผมว่ามันดูภูมิใจ ว่าต่อไปเราต้องมีอะไรที่มากกว่านี้และพัฒนาตัวเองให้มากกว่าการเป็นชาวนาที่ทํานาเพื่อขายผลผลิต ในแต่ละฤดูกาลเท่านั้น

3.) ปัจจุบันกลุ่มฯ มีแผนการดําเนินงานหรือเป้าหมายในการขับเคลื่อนอย่างไร
เราได้เจอพันธมิตรที่ดีเราก็มีการประชุมกันทุกเดือน เพื่อให้สมาชิกได้รับรู้รับทราบความเคลื่อนไหวซึ่งกันและกันอนาคตเราคาดหวังว่าเราจะเป็นผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนและเป็นผู้ผลิตข้าวที่มีคุณภาพของจังหวัดลําปาง แผนที่เราวางไว้คือ การยกระดับพัฒนาศักยภาพของกลุ่มเราให้ได้ มาตรฐานที่สูงขึ้นเพื่อเป็นช่องทางในการเปิดตลาดที่กว้างขวางมากขึ้น เราได้รับการสนับสนุนทุนเพื่อพัฒนาต่อยอดกลุ่มทั้งในเรื่องของอุปกรณ์ และเครื่องมือตลอดจนองค์ความรู้และที่สําคัญคือการ สนับสนุนในการขอรับรองมาตรฐาน   IFOAM   ซึ่งเป็นมาตรฐานเกษตรที่สูงกว่าที่กลุ่มมี ณ ปัจจุบัน จากมูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา ซึ่งถ้าหากผ่านและได้รับการรับรองเราก็คาดว่าจะมีช่องทางและการตลาดที่ดีขึ้น

4.) ฝากข้อความถึงมูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา
ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ มูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา ที่เล็งเห็นถึงศักยภาพของกลุ่มข้าว ทิพย์ช้าง และได้มาส่งเสริมสนับสนุนโครงการของกลุ่มให้รุดหน้า และมีศักยภาพเพิ่มมากขึ้น เชื่อแน่นอน ว่าท่านไม่ได้ทํากับแค่กลุ่มข้าวทิพย์ช้างฯกลุ่มเดียว แต่สิ่งที่อยากบอก คือ แนวทางในการทํางานของท่าน เป็นการช่วยเหลือ ส่งเสริม และสนับสนุนชุมชนให้เกิดองค์ความรู้ เกิดรายได้เกิดการทํางานเป็นทีม เป็นระบบ ก็ขอให้ท่านดําเนินงานดีๆแบบนี้สู่สังคมต่อไป ขอบพระคุณครับ