ชุมชนและสิ่งแวดล้อม
โครงการอนุรักษ์ประมงพื้นบ้านปะทิว
โครงการอนุรักษ์ประมงพื้นบ้านปะทิว
ต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร
จากต้นแบบ “ปากน้ำปราณโมเดล” สู่การคืนชีวิตให้ท้องทะเลปะทิว
มูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา เชื่อมั่นในการสร้างต้นแบบการอนุรักษ์ที่กินได้และยั่งยืน โดยเริ่มจากการถอดบทเรียนความสำเร็จที่ “ปากน้ำปราณ” มาต่อยอดสู่พลังความร่วมมือของชาวประมงพื้นบ้าน อ่าวปะทิว จ.ชุมพร ที่นี่เราไม่ได้เพียงแค่ทำ "ธนาคารปูม้า" แต่เรายกระดับเป็น "โรงรับจำนำปู" ที่เปลี่ยนความตระหนักรู้ให้กลายเป็นวิถีปฏิบัติ ด้วยการเพาะฟักไข่ปูม้านับล้านตัวคืนสู่ธรรมชาติทุกปี จนวันนี้อ่าวปะทิวกลายเป็น "บ้านที่อบอุ่น" ของสัตว์ทะเลนานาชนิด และเป็นสัญลักษณ์ของระบบนิเวศที่ฟื้นคืนกลับมาอย่างสมบูรณ์
พัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยความภูมิใจในวิถีประมงมากกว่าการอนุรักษ์ คือการสร้างความมั่นคงให้ชุมชน เราจึงมุ่งเน้นการเปลี่ยนชาวประมงให้เป็น "ผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน" ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมตั้งแต่การจัดทำบ้านปลา (ซั้ง) และการจัดการขยะทะเล (Ghost Fishing) ไปจนถึงการยกระดับผลิตภัณฑ์อาหารทะเลแปรรูปที่สะอาดได้มาตรฐาน และปลอดภัยสำหรับผู้บริโภค การทำงานร่วมกันนี้ไม่ได้เพียงแค่ช่วยเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือนแต่ยังเป็นการสร้างความภาคภูมิใจในอาชีพประมงพื้นบ้านเพื่อส่งต่อท้องทะเลที่มั่งคั่งและยั่งยืนให้เป็นมรดกแก่คนรุ่นลูกรุ่นหลานสืบไป

โครงการอนุรักษ์ประมงพื้นบ้านปะทิว
ต.สะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร
จาก "ปราณบุรีโมเดล" สู่ทะเลชุมพร
มูลนิธิฯ ได้ส่งต่อองค์ความรู้เพื่อยกระดับเกษตรกรทำประมงสู่ผู้ประกอบการธุรกิจชุมชน ผ่านการดำเนินงานที่สอดคล้องกับหลัก ESG เพื่อสร้างความยั่งยืนทั้งในมิติสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนแผนฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเป้าหมาย SDGs ควบคู่ไปกับการพัฒนาทักษะเดิมและสร้างทักษะใหม่ เพื่อผลักดันให้เกิดการเติบโตของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
สรุปผลการดำเนินงานโครงการปี 2567 ของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำประมงปะทิว จ.ชุมพร ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจาก มูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา สามารถจำแนกตามมิติ ESG (Environment, Social, Governance) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ได้ดังนี้
มิติ E-Environment : ดำเนินการย้ายโรงรับจำนำปูเพื่อเป็นแหล่งเพาะฟักลูกปูม้าและปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ พร้อมปรับปรุงสถานที่แปรรูปให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้แผงโซล่าเซลล์ และการบริหารจัดการของเสียจากการแปรรูปตามแบบแปลนที่กำหนด

มิติ S-Social : ยกระดับทักษะเกษตรกรผู้ทำประมงสู่การเป็นผู้ประกอบการ โดยมีการจัดกิจกรรมถ่ายทอดความรู้ร่วมกับโครงการ U-Volunteer มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร อีกทั้งช่วยเพิ่มความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ให้สมาชิก โดยรับซื้อผลผลิตในราคาสูงกว่าตลาด 10-20%

มิติ G-Governance : ปรับปรุงสถานที่แปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ได้มาตรฐานรับรอง มีการบริหารจัดการงบประมาณอย่างเป็นระบบ และการจัดการโครงสร้างพื้นฐานภายในสถานที่ผลิตให้ได้มาตรฐาน เช่น ระบบไฟฟ้าที่ปลอดภัย อุปกรณ์ภายในห้องแปรรูปที่ถูกสุขอนามัยแก่ผู้บริโภค

อีกทั้งการดำเนินงานที่ผ่านมานั้น ยังได้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของ UN เพื่อแก้ปัญหาระดับโลกภายในปี 2030 ดังนี้ :
SDG 8 : งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
• สร้างอาชีพและเพิ่มรายได้ให้สมาชิกผ่านการรับซื้อผลผลิตในราคาสูงกว่าตลาด
• พัฒนาสมาชิกกลุ่มให้เป็นผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนที่มีทักษะ
SDG 12 : การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
• ปรับปรุงสถานที่แปรรูปให้ได้มาตรฐานรับรองเพื่อความปลอดภัยและคุณภาพของผลิตภัณฑ์
SDG 14: ทรัพยากรทางทะเล• ขับเคลื่อนงานฟื้นฟูและอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลผ่านกิจกรรมเพาะฟักลูกปูม้าคืนสู่ธรรมชาติ
• สร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมด้านการอนุรักษ์แก่เยาวชนและผู้สนใจ
นอกจากนี้ ยังได้พาอาสาสมัครไปเรียนรู้เรื่อง "โรงรับจำนำปูม้า" ที่จัดตั้งโดยวิสาหกิจชุมชนกลุ่มประมงปะทิว ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ที่มี "ลุงเช็ค" เป็นประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มประมงปะทิว หลังจากเห็นท้องทะเลชุมพรเสื่อมโทรมลง ลุงเช็คจึงรณรงค์งดกินปูไข่นอกกระดอง เพราะแม่ปูหนึ่งตัวมีไข่ถึง 200,000 - 2,800,000 ฟอง การปล่อยให้แม่ปูได้แพร่พันธุ์จึงเท่ากับเปิดโอกาสให้ลูกปูหลายหมื่นตัวเติบโตและคืนสมดุลให้ทะเล อีกทั้งยังได้ลงมือทำซั้งจากวัสดุธรรมชาติที่ย่อยสลายได้ เช่น ทางมะพร้าว และเชือกปอมะนิลา ทำหน้าที่เป็นปะการังเทียม ช่วยเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำ และเพิ่มประชากร กุ้ง หอย ปู ปลา เพื่อให้ประมงพื้นบ้านดำรงวิถีชีวิตอย่างยั่งยืน มูลนิธิฯ ได้สนับสนุนงบประมาณรวม 550,000 บาท เพื่อให้งานอนุรักษ์นี้ครอบคลุมและครบวงจรยิ่งขึ้น งบประมาณนี้ถูกนำไปใช้เพื่อ :
ยกระดับคุณภาพชีวิตและผลิตภัณฑ์ชุมชน : จากการทำห้องแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารทะเล พร้อมถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจ แนวทางการปฏิบัติเพื่อแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐานรองรับ ผ่านการอบรมจากโครงการ U-Volunteer โดย มหาวิทยาลัยแม่โจ้-ชุมพร

ฟื้นฟูแหล่งอาศัยสัตว์น้ำ : จัดทำและวางซั้ง 60 ซั้ง โดยใช้วัสดุธรรมชาติ (ทางมะพร้าว , ไม้ไผ่ , เชือกปอมะนิลา) ในบริเวณแนวเขตอนุรักษ์ประมงพื้นบ้าน ( 3 ไมล์ทะเล / 5.5 กิโลเมตรจากชายฝั่ง) การร่วมมือร่วมแรงกันจากทุกภาคส่วนที่มีเป้าหมายเดียวกันนี้ คือกุญแจสำคัญที่ทำให้การขับเคลื่อนงานอนุรักษ์ทำได้อย่างต่อเนื่องและบรรลุผลสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว

ข่าวกิจกรรม : คลิก