ศิลปวัฒนธรรม
โครงการยุวศิษย์ศิลป์
โครงการยุวศิษย์ศิลป์
สำนักการสังคีต กรมศิลปากร และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
นาฏศิลป์ไทยเป็นศิลปวัฒนธรรมอันทรงคุณค่า สะท้อนถึงอัตลักษณ์ ภูมิปัญญา และวิถีชีวิตของสังคมไทยที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ทั้งในด้านความงดงามของท่ารำ เครื่องแต่งกาย และความไพเราะของดนตรี ตลอดจนคติความเชื่อและคุณค่าทางจิตใจ ส่งผลให้ศิลปะการแสดง “โขน” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ จากองค์การยูเนสโก (UNESCO) เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทยรายการแรกที่ได้รับการขึ้นทะเบียน

อย่างไรก็ตาม เด็กและเยาวชนในหลายโรงเรียนยังขาดโอกาสการเข้าถึงการเรียนรู้และพื้นที่แสดงศักยภาพด้านนาฏศิลป์ไทย ซึ่งอาจมาจากการขาดครูผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์การสอนนาฏศิลป์ในโรงเรียน เพื่อสืบทอดและอนุรักษ์มรดกทางภูมิปัญญาด้านนาฏศิลป์ไทยอันล้ำค่า กลุ่มศิลปินและครูผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์จากสำนักการสังคีต กรมศิลปากร และวิทยาลัยนาฏศิลป สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ ในนามกลุ่ม “อนันตนายะ” ได้ดำเนินโครงการ “ยุวศิษย์ศิลป์” จัดการเรียนการสอนนาฏศิลป์ไทยให้กับนักเรียน โดยได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิสุทธิรัตน์ อยู่วิทยา มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้ และพัฒนาทักษะความสามารถด้านการแสดงนาฏศิลป์ไทยอย่างถูกต้องตามแบบแผน
โครงการยุวศิษย์ศิลป์
สำนักการสังคีต กรมศิลปากร และสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์
โครงการยุวศิษย์ศิลป์ รุ่นที่ 1 (ก.พ.-พ.ค. 2568) มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการ จำนวน 50 คน จาก 7 โรงเรียน กิจกรรมประกอบด้วยพิธีคำนับครู พิธีไหว้ครู จัดการเรียนการสอน 15 ครั้ง ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ โดยแบ่งเป็นห้องเรียนโขนพระ โขนยักษ์ โขนลิง และละครพระ-ละครนาง

โครงการยุวศิษย์ศิลป์ รุ่นที่ 2 (ส.ค.-พ.ย. 2568) มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการ จำนวน 70 คน จาก 15 โรงเรียน กิจกรรมประกอบด้วยพิธีคำนับครู ณ โบสถ์วัดบวรสถานสุทธาวาส (วัดพระแก้ววังหน้า) จัดการเรียนการสอน 15 ครั้ง ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ โดยแบ่งเป็นห้องเรียนโขนพระ โขนยักษ์ โขนลิง และละครพระ-ละครนาง

พิธีคำนับครู ในนาฏศิลป์ไทยเป็นพิธีกรรมสำคัญที่แสดงถึงความเคารพและความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา ถ่ายทอดองค์ความรู้นาฏศิลป์แก่ศิษย์ อีกทั้งยังเป็นการสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของไทย ส่งเสริมให้ผู้เรียนตระหนักถึงคุณค่า ความงดงาม และแบบแผนของศิลปะการแสดงไทย นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่า พิธีดังกล่าวเป็นการเสริมสร้างความเป็นสิริมงคล อันนำไปสู่ความราบรื่นในการศึกษาและการแสดง พร้อมทั้งปลูกฝังคุณธรรม ความมีวินัย และความสามัคคีในหมู่ลูกศิษย์ ซึ่งล้วนเป็นรากฐานสำคัญในการธำรงรักษานาฏศิลป์ไทยให้คงอยู่สืบไปอย่างยั่งยืน

พิธีจับมือ เป็นพิธีที่ครูแต่ละสาขารับนักเรียนเป็นศิษย์ของครู โดยถ่ายทอดความหมายและการรับรู้ผ่านขั้นตอนในพิธี กล่าวคือ ครูจับมือลูกศิษย์ในท่าไหว้ถวายบังคมและกราบ ซึ่งเป็นจารีตวัฒนธรรมโบราณที่เคยปฏิบัติในราชสำนักมาก่อน ปัจจุบันพิธีนี้ใช้ในวิทยาลัยนาฏศิลป์ เท่านั้น ซึ่งทำให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างครูและศิษย์ แสดงให้เห็นถึงความเมตตาจากครูที่มีต่อลูกศิษย์ และความศรัทธาจากศิษย์ที่มีต่อครู

พิธีไหว้ครู นับเป็นพิธีกรรมหนึ่งที่มีความสำคัญสูงสุดในศิลปะการแสดงนาฏศิลป์ไทย แสดงถึงการยอมรับจากครูบาอาจารย์ทั้งในเชิงวิชาการและเชิงจิตวิญญาณ ให้สามารถศึกษา ฝึกฝน และประกอบวิชาชีพด้านนาฏศิลป์ได้อย่างถูกต้องตามจารีต
พิธีครอบครู เป็นองค์ประกอบสำคัญของพิธีไหว้ครู ที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนตระหนักถึงพระคุณของครูผู้ถ่ายทอดวิชา และเกิดความเคารพต่อศิลปะที่ตนศึกษา มิได้มองนาฏศิลป์เป็นเพียงการแสดงเพื่อความบันเทิง แต่เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ทรงคุณค่าและมีความศักดิ์สิทธิ์
นอกจากนี้ยังเชื่อว่าพิธีครอบครูช่วยเสริมสร้างความเป็นสิริมงคล คุ้มครองผู้เรียนให้พ้นจากอันตรายและอุปสรรค สร้างความมั่นคงทางจิตใจ ทำให้เกิดสมาธิในการฝึกฝนและการแสดง ซึ่งล้วนส่งผลต่อคุณภาพและความงดงามของนาฏศิลป์ไทยโดยรวม
อนึ่ง มีบันทึกในตำราโบราณเรื่อง พิธีไหว้ครู ตำราครอบโขนละคอน ระบุว่า “ครูจึง “ครอบ” ให้ เท่ากับอนุญาตให้เล่นโขนเล่นละคอนได้ นับแต่นั้นมาก็เสมือนว่าศิษย์นั้นได้ประกาศความ "เป็นโขนละคอน" แล้ว นี้เป็นแบบแผนมีมาแต่โบราณ”

ทั้งยังมีคำบอกเล่าสืบต่อกันมาจากบรมครูว่า ในอดีตครูมิได้มีใบประกาศนียบัตรมอบให้ศิษย์ การครอบครูจึงเป็นการรับรองความสามารถและอนุญาตให้ศิษย์ออกแสดงต่อสาธารณชน โดยให้ผู้คนในวงการที่มาร่วมพิธีไหว้ครูเป็นพยานรับรู้
